รอ

posted on 15 Aug 2009 22:34 by bobubalis

เบื่อผู้คน เบื่อความวุ่นวาย

ต้องการความสงบอย่างแรง

กลับมาพึ่งพิงอิงอาศัยexteen

multiply facebook twitter hi5 space ล้วนเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ชวนให้น่าเบื่อจิงๆ

 

รอว่าเมื่อไหร่เค้าจะออน

รอว่าเมื่อไหร่เค้าจะตอบกลับ

รอว่าเมื่อไหร่เค้าจะacceept

รอว่าเมื่อไหร่เค้าจะtweet

รอ......

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องรออีกนานซักแค่ไหน

 

โบว์ไม่น่าไปถ่ายรูปคนผิดเลย โบว์เห็นพี่แท๊ปเป็นพี่กู่ เรื่องมันก็เลยยุ่งจนถึงทุกวันนี้  

หรือเพราะพี่หน้าตาเหมือนใครบางคน ไม่ใช่หรอก ไม่ล่ะ โบว์เลือกที่จะเดินออกมาแล้ว โบว์จะไม่กลับไปอีกแล้ว

 

ไม่รู้สิน๊ะว่าต่อไปมันจะเป็นเช่นไร โบว์ไม่รู้จิงๆล่ะ 

ต่าง

posted on 08 Aug 2009 00:54 by bobubalis

อุ้ย เห็นแกมาทักฉันบนเอ็ม ฉันก้อดีใจน๊ะ ที่แกมาทัก ถึงฉันจะปากแข็งว่าฉันไม่แคร์แกก้อเถอะ ฉันไม่เคยเจอแกในฐานะเพื่อนเลย เราเคยเจอกันแค่ในฐานะที่มันเป็นทางการ ดูแกจะอยากเจอฉัน เวลาที่ฉํนเป็นคนธรรมดา แต่บางครั้งฉันก็ไม่อยากเจอแก เพราะฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าเราเจอกัน เราได้สนิทกันมากขึ้น เรายังจะเหมือนเดิมกันอีกไหม ฉันอาจไม่ได้ดีเหมือนที่แกคิด หรือเป็นอย่างที่แกคิด แล้วแกจะรับฉันได้ไหม?

แกกับฉันเราต่างกันมากน๊ะ แกพร้อมทุกอย่าง แต่ฉันสิ ไม่มีอารัยดี ที่จาไปเทียบกับแกได้เลย

แกคิดบ้างไหม ว่าบางครั้งเราก้อต่างกันเกินไป เกินกว่าที่จะมาเป็นเพื่อนกัน

ไม่รู้ฉันไปทำอารัยไว้ ฉันถึงได้มารู้จักแก พี่เลี้ยงคนอื่นๆก้อมีตั้งเยอะ แต่ทำไมต้องเป็นฉันที่แกเลือกเป็นเพื่อน

วันหลังฉันจะถามแกน๊ะ ว่าทำไมแกไม่ไปคบกับพี่เลี้ยงคนอื่นๆ

ฉันไม่อยากให้แกต้องมีเพื่อนอย่างฉันเลย แกควรไปเจอคนดีๆ เพื่อนที่ดีกว่าคนอย่างฉันน๊ะ

Mr.100...อนาคตตำรวจไทย

posted on 01 Aug 2009 22:53 by bobubalis

ไม่ได้เข้ามาexteenซะนาน

Upสักหน่อยท่าจะดี

....

การมีเพื่อนเป็น(อนาคต)ตำรวจไทย ใจกล้าหาญ นั้นดีไหมอะ? แต่ตอนนี้มันเป็นเพียงแค่นักเรียนนายร้อยตำรวจธรรมดาที่ยังต้องหมั่นศึกษาเล่าเรียนเพียรทำเกรด ดังเช่นพวกเรา เหล่าเด็กมหาลัย

อยู่ในโรงเรียนนายร้อย เค้าสอนกันยังไงหรอ?  

ระหว่างการวางตัวของอะตอม กับการเรียงตัว(แถว)ของนักเรียนนายร้อย อันไหนจะเป็นระเบียบ(order)มากกว่ากัน?

อีเหล่าพวกนักเรียนหัวเกรียนเรียนนายร้อยทั้งหลาย นี่มันเข้าใจยากจิงๆ กรูล่ะเหนื่อยจิงเชียว มีมึงเป็นเพื่อน...ไอ้อุ้ย!!!

วันดีคืนดีก้อโทรมา นึกอยากวางก้อวางกันดื้อๆ บางวันอาร์ตแตก เป่าแซ๊กใส่หูกรูซะงั้น ในฐานะเพื่อนนายร้อย ว่าที่ตำรวจไทยในอนาคต ก้อได้แต่ตอแหลชมมันไปวันๆ ว่ามันเล่นเพราะ  (ไม่งั้นเดี๊ยวมันจับกรู ข้อหาหมิ่นประมาทการเล่นแซ๊กของมัน) ทั้งๆที่จิงแล้ว หูกรูจะแตกเพราะเสียงแซ๊กมึง ฟังไปก้อภาวนาไป เมื่อไหร่จะจบเพลง  "ภาวนาให้ใจเธอนั้น ปติเสดคำเค้าไป ภาวนาให้ใจเธอนั้น หยุดเป่าสักทีเถ๊อะ" เพลงภาวนา ของโก้ มิสเตอร์แซ๊กแมน เพลงหากินของนักเป่าแซ๊ก  พอเป่าเส็ด มันถามกลับมาว่า รู้ไหมว่าเราเป่าเพลงอารัย เห้อออ กว่ากรูจารู้เรื่อง เหนื่อยยิ่งกว่าอินทิเกรต 100 ชั้น

นักเรียนนายร้อยตำรวจอนาคตของชาติ เอาว๊ะ อีกหน่อยกรูจาได้มีเพื่อนเป็นนายพล เหมือนกับที่มันเคยลั่นวาจาเอาไว้ ว่ามันจาเป็น นายพล เห้อออออ...เพื่อนกรู

edit @ 2 Aug 2009 00:29:04 by Bobubalis

reflection

posted on 29 May 2009 21:59 by bobubalis

ไป

ไม่ไป

ไป

ไม่ไม

ไป

ไม่ไป

ไม่รู้โว๊ยยยย ไม่รู้จิงๆๆ

เยื่อใย ความผูกพัน หายไปไหนหมดว๊ะ?

reflection [N] ; การสะท้อน

Syn. echo; mirror

Relate. ผลสะท้อน

reflection [N] ; การไตร่ตรอง

Syn. consideration; musing; thinking

reflection [N] ; ภาพสะท้อน

Syn. image; silhouette

ไป ไปทำอารัยหรอ?

ดอกกุหลาบกับเจ้าชายน้อย เราไม่มีความสามารถที่จะดูแลดอกกุหลาบได้ดีเท่าเจ้าชายน้อยหรอก

พี่กอล์ฟพูดถูก เราต้องใช้เวลาที่มีอยู่ขณะนี้ อยู่ร่วมกันให้มากที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่

พวกเราจากกันเร็วกว่าที่คิดไว้อีก ท่าทางคงไม่มีโอกาสได้ติดต่อกันอีก

นี่แหละ โลกมนุษย์ ขืนไปยึดติดอยู่กับมัน คงบ้าตายพอดี

มีพบก้อต้องมีจาก

CHAMCHURI SQUARE

posted on 29 Apr 2009 00:03 by bobubalis

 

 

edit @ 11 May 2009 22:40:37 by Bobubalis

ตอนนี้ สยามฝนตก ...26 เมษา 52

เข้าไปเรียนอาจานสงวนได้แป๊ปเดียว ก็ต้องออกมาเพราะจิตใจมันว้าวุ่นเสียเหลือเกิน สติแตกไปแล้วหรอไอ้โบว์!!!

เลือกที่จะมาสยามอีกตามเคย แต่คราวนี้จุดหมายหลักอยู่ทีศูนย์หนังสือจุลา พอถึงสถานีรถไฟฟ้าสยาม "SIAM STATION"  ก็ลงๆมาตามบรรไดเลื่อน สายตาเหลือบไปเหลือมา  เอ๊ะ!! คนนี้หน้าคุ้นๆ หุ่นเหมือนเคยเห็นที่ไหน แต่ก็ยังไม่แน่ใจ 100% ว่าใช่คนที่เรารู้จักหรือเปล่า

ขณะที่เรากำลังใช้ความคิดพิจารณาอยู่นั้น บุคคลผู้ต้องสงสัยรายนั้นก็ถูกบรรไดเลื่อนเคลื่อนตัวเค้าไปยังอีกชั้นหนึ่งของสถานีรถไฟฟ้า

เอาว๊ะ!!! เป็นไงเป็นกัน

โบว์ : พี่ปุ้ยยยยยยย (ตะโกนอย่างดัง)

พี่ปุ้ยหันมา  อ่า นั่นแสดงว่าใช่แล้ว  เราทักไม่ผิดคนแน่ เราก้อเลยวิ่งตามพี่เค้าขึ้นไปยังบรรไดเลื่อน แล้วก้อมาหยุดอยู่ที่กึ่งกลางชั้น(ชั้นกลางๆ ระหว่างชั้นล่างกับชั้นบน) ของสถานีรถไฟฟ้าสยาม

โบว์ : นี่พี่ปุ้ยหรือพี่ปุ้ม? (ออกแนวลังเล)

พี่ปุ้ม(คนที่เราคิดว่าเป็นพี่ปุ้ย) : พี่ "ปุ้ม" เอง

555++ เราจำคนผิดจิงๆด้วย แต่ไม่เป็นไร คนไหนมันก็เหมือนกันนั่นแหละ เพราะพวกเค้าทั้งสองคนเป็นฝาแฝดกัน!!!

จากนั้นการสนทนา ระหว่างคนสองคนก็ได้เริ่มขึ้น พวกเราไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว เป็นปีๆแน่ะ แต่แปลก โบว์กับพี่ปุ้มยังคงคุยกันเหมือนเดิม คุยกันเหมือนคนคุ้นเคย คุยแบบไม่มีคำว่า "เขิน" เข้ามาแทรกขั้นกลางระหว่างการสนทนา ทั้งๆที่พวกเราก็ไม่ได้สนิทกัน

โบว์พูดๆๆเหมือนคนที่ไม่ได้พูดมาเป็นปีๆ ส่วนพี่ปุ้มก็มีหน้าที่รับฟังและโยนคำถามใส่โบว์บ้างเมื่อมีโอกาส(เวลาโบว์หยุดพูด)

บางคำถามที่พี่ปุ้มถามโบว์ ก็มีแอบอึ้งไปเหมือนกัน คิดไม่ถึงจิงๆว่าพี่เค้าจะถามถึงเรื่องพวกนี้ ตอนแรกเราคิดว่าพี่เค้าน่าจะลืมเรื่องของ "เรา(โบว์)" ไปหมดแล้ว  พี่ปุ้มถามโบว์ถึงเรื่อง "โรงเรียน(พวกเราต่างก็รู้กันดีว่าหมายถึงที่ไหน) และน้องๆ "        ขอบคุณจิงๆที่ยังไม่ลืมพวกเรา

โบว์อาจมองพวกพี่ผิดไป    พี่กับโบว์เราเหมือนอยู่คนล่ะชั้นกัน    พี่อยู่สูง แต่โบว์อยู่ต่ำ

แต่ตอนนี้ เวลาเปลี่ยนไปตามเข็มนาฬิกาที่เดินหน้าไปเรื่อยๆอย่างไม่เคยเหนื่อยล้า เว้นเสียแต่ว่าพลังงานจากถ่านในตัวมันเองจะหมดเสียก่อน ...พี่ปุ้มยังคงเป็นพี่ปุ้มคนเดิมที่โบว์เคยรู้จัก

ขอบคุณที่พี่ "เปลี่ยนแปลง"(ชีวิต)  แต่ไม่ "เปลี่ยนไป"

ขอบคุณที่สละเวลาเพียงไม่กี่นาทีไม่คุยกับโบว์

ขอบคุณสำหรับการเป็นผู้รับฟัง(โบว์บ่น)ที่ดี

หลังจากจบบทสนทนานั้น พวกเราก็ต่างแยกย้ายกันไป  ...พี่ขึ้น โบว์ลง

ทุกคนล้วนก็มีหน้าที่ต่างกันไป

ต่างคนก็ต่างมีเส้นทางเดินของตัวเอง  ขอบคุณ ที่เส้นทางชีวิตของพวกเรามาตัดกัน แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตก็ตาม

...โบว์

 

ความบังเอิญบนโลกยังไม่จบแค่นั้น เรื่องเกิดขึ้น ณ สถานีรถไฟฟ้าสยามอีกเช่นเคย ขณะที่ที่เรากำลังขึ้นบรรไดเลื่อนเพื่อมาขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน  ยืนแบบเหม่อๆ ให้บรรไดเลื่อนมันเคลื่อนตัวเราสู่ชั้นบนสุดของสถานี

"เฮ้ย โบว์"(อย่างดังอะ)

เสียงนั้นทำเอาเราต้องหันขวับไปยังต้นตอของเสียง

อ้าว ไอ้ดานี่หว่า  เห้ออ กรูตกใจแทบแย่  แต่ยังไม่ทันทีพวกเราจะได้พูดคุยกัน บรรไดเลื่อนก็เคลื่อนพาตัวของพวกเราทั้งสองแยกห่างออกจากกันเรื่อยๆ

ครั้งนี้เราเป็นฝ่ายถูกทักก่อน

เราขึ้น ไอ้ดาลง

เราต่างแยกย้ายกันไปสู่จุดหมายของตัวเอง

...บรรไดเลื่อน เคลื่อนชีวิต

 

ปล. ขอบคุณเจ้าอ้วนที่ช่วยซื้อขนมยาย  ขอบคุณมากมายที่แจกจ่ายรอยยิ้มให้แก่กัน

edit @ 27 Apr 2009 22:19:46 by Bobubalis

book consumer

posted on 25 Apr 2009 23:32 by bobubalis

ไม่รู้ว่าช่วงนี้เป็นอารัย หยิบหนังสือมาอ่านทีรัย อ่านได้แค่หน้าสองหน้าก้อเป็นอันต้องวางลง ทั้งๆที่ปริมาณหนังสือที่บ้านก้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน แต่การบริโภคหนังสือกลับลดน้อยลง ถึงแม้เราจาบริโภคหนังสือในปริมาณที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กระทรวงศึกษากำหนด แต่อ่านทีรัย ก้อยังรู้สึก " อิ่ม " ทุกครั้งที่ได้อ่าน

ตัวเองเป็นคนรักหนังสือเอามากๆ ยากนักที่จะให้คัยมาหยิบยืม

ชอบให้ของขวัญคนที่ตัวเองรักเป็นหนังสือ (ถึงแม้พวกมันจาไม่อยากได้ก้อตาม)

สงสารหนังสือทุกเล่มที่ต้องมาอยู่บ้านเราจัง เราไม่รู้จาช่วยมันได้ยังไงจิงๆ เพราะขนาดตัวเราเองก้อยังเอาตัวเองไม่รอดเลย  เจ้าหนังสือน้อยที่ถูกทำลายยับเยินจากคนที่ไม่เคยเห็นค่าของมัน

หนังสือน๊ะโว๊ย ไม่ใช่ขยะ จับโยนได้โยนดี

นอกจากกล้อง วันหลังคงต้องพกหนังสือเป็นปัจจัยที่ห้าด้วยแล้วล่ะมั้ง   เป็นหนังสือเรียนหรือหนังสืออ่านเล่นดีล่ะ สองอย่างเลยแล้วกัน แฟร์ๆ

หนังสือ ช่วยทำให้คนอย่างไอ้โบว์หายว้าวุ่นได้จิงๆน๊ะ

ชาตินี้อยากได้ของขวัญจากคัยสักคนเป็น " หนังสือ " บ้างจัง    เหมือนกับที่เราชอบให้หนังสือคนอื่นไง ...ให้ได้ แต่ห้าม " ยืม " เด็ดขาด!!!

การได้ทำงานในสำนักพิมพ์หรือทำงานเกี่ยวกับหนังสือมันใช่ความฝันของเราหรือป่าวหว่า ถ้าเป็นเมื่อก่อน อาจตอบว่า " ใช่ " ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เหมือนกับเวลาที่เราถามเด็กน้อยว่า โตขึ้นอยากเป็นอารัย เด็กน้อยก้อจาตอบออกมาอย่างไม่ต้องคิดเลยล่ะ

โตขึ้น เส้นทางชีวิตไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ ถนนแคบเกินไป กว่าที่จาให้เราเดินต่อไป

ไปอ่านหนังสือต่อดีกว่า เดี๊ยวจาsleepก่อน " อิ่ม "

รักตัวเอง

posted on 22 Apr 2009 00:08 by bobubalis
คนบางคนเอา "ความรัก" เป็นเครื่องต่อรองการใช้ชีวิต
หมดความรัก ชีวิตก็หมดความหมาย
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ใช้ชีวิตมาได้ดิบดี ไม่มีปัญหาอะไร
พอเจอความรัก ก็หน่วงเหนี่ยวมาเป็นสมบัติของตัวเอง
มอบชีวิตทั้งชีวิต ให้ตกอยู่ในความดูแลของความรัก
และเมื่อวันหนึ่งที่เขาเดินจากไป ก็กลับมองเห็นว่า  . . .
เขาเอาความรักนั้นไปด้วย เหมือนเขาเอาชีวิตเราไปด้วย
แล้วร่างกายของเราจะอยู่อย่างไร . . .
เมื่อโดนขโมยวิญญาณและชีวิตไป

เธอคงลืมไปแล้วว่า . . .
เธอได้สร้างความรักขึ้นมาด้วยตัวเธอเอง
เขาไม่ได้เป็นคนเอาความรักมา ความรักของเขาก็คือของเขา
ของเธอก็คือของเธอ
เมื่อความรักของเขาหมด แล้วเขาเดินกลับไป
ทำไมของเธอต้องหมดไปพร้อมกับเขา
มันไม่ได้เริ่มขึ้นมา พร้อมกันด้วยซ้ำ
ไม่ได้สร้างขึ้นมาจากหัวใจเดียวกันสักหน่อย
หัวใจหนึ่งหายไป . . . แต่เธอก็ยังหายใจอยู่
และความรักของเธอ มันก็ยังอยู่กับหัวใจเธอ

ถ้าเธอใช้ "ความรัก" เป็นข้ออ้าง
ทำไมเธอไม่ใช้ความรักที่อยู่ในใจเธอ ดูแลชีวิตเธอล่ะ
มันยังมีความหมายต่อใครอีกหลายคน
เอามาจากบล๊อกของพี่สาวคนหนึ่ง และเป็นคำสอนที่อาจารย์คนหนึ่งเคยสอนไว้ บทความนี้ดีจิงๆค่ะ แต่ไม่รู้เหมือนกานว่าบทความนี้มันมีต้นตอมาจากไหน คัยเป็นคนเขียนขึ้นมา ถ้ารู้แล้ว เดี๊ยวจามาบอกแล้วกานน๊ะ

เนกขัมบารมี 5-12 เม.ย. 52

posted on 12 Apr 2009 19:44 by bobubalis

เนกขัมบารมี @ ยุวพุทธิกสมาคม

8 วัน 7 คืน

สุข+ทุกข์ คลุกเคล้ากานไป ยิ่งกว่าสลัดผักรวมเสียอีก

ประสบการณ์ดีแท้ แม้ไม่ได้ปฏิบัติธรรมเลย

ช้านไปเป็น พี่เลี้ยง มาล่ะ

ตอนอยู่ที่นั่นมีเรื่องราวอยากเล่ามากมาย

แต่พอกลับมา ณ ตอนนี้ ไม่มีอารมณ์ล่ะ

เอาไว้ให้buildอารมณ์ได้ก่อนน๊ะ แล้วจามาพร่ำเพ้อเวิ่นเว้อเพ้อเจ้อให้...ความว่างเปล่า ฟัง

 

เกาะสีชัง

posted on 04 Apr 2009 22:25 by bobubalis

รถตุ๊กๆบรรทุกคนไปส่งอ่าว

แล่นเรือไปเกาะศรีชังโลดดด

แว๊นๆๆ

- -

น้ำใสปิ๊งๆ

ขอถ่ายเพื่อนหน่อยแล้วกาน

เอาแล้วคร๊าบบบ...หายนะเริ่มมาเยือน

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด หลังคาเรือรั่ว

กะเสดสาดศรีราชา ประตู 3

แต่ทำไมสุดท้ายถึงได้มาลงเอยที่นี่อะ ^o^

 

วันนี้ไปเกาะสีชังมา ไม่รู้จานิยามการเดินทางครั้งนี้ว่าอะไรดี ไปเที่ยว ไปหาประสบการณ์ หรือไปตายเอาดาบหน้า!!!   เห็นชาวบ้านชาวช่องเค้าแห่แหนไปทริ๊ปกัน ไอ้เราก้อดันแรดอยากไปบ้าง ใช้เวลาตัดสินใจตอนรถติดอยู่ที่อารีย์เพียงแค่ไม่กี่nanosecond  ก้อเลยตัดสินใจโทรไปหาไอ้จอย "พุ่งนี้กรูจาไปหามึงน๊ะ"  คนเราก้อง่ายดีเน๊อะ นึกจาไปก้อไป ไม่เคยนึกแคร์อารัย   ตื่นตั้งแต่ตีห้า ไปขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ คนแม่งโคตรเยอะ จาแห่ไปทะเลอารัยกานแต่เช้าว๊ะ    นั่งรถตู้ไปลงที่กะเสดศรีราชา แล้วค่อยนั่งรถตุ๊กๆไปอ่าว จากนั้นก้อนั่งเรือต่อไปเกาะ แล้วก้อเหมามอเตอร์ไซค์ขับแว๊นไปหาด ซ้อนสามเย๊ยฟ้าท้าทายตำรวจมากๆ 555++ หนทางนั้นช่างแสนวิบากได้อีก ก้อมันเป็นทางลาดขึ้นภูเขาอะ ไอ้เราคนนั่งก้อได้แต่ภาวนาให้เพื่อนกรูขับไปให้รอด นำพาทุกชีวิตสู่ชายหาดโดยปลอดภัย ------ ขี้เกียจเล่า ผ่านนน ----- อยากเล่นน้ำ แต่ดันไม่เอาเสื้อผ้ามา กะว่าจามาถ่ายรูปแค่อย่างเดียว แต่น้ำทะเลมันช่างใส เหอๆ ยั่วยวนอวัยวะเบื้องซ้ายด้านบนได้อีก ก้อเลยซื้อเสื้อ+กางเกงที่หาด ตั้ง250 โคตรแพงง  นั่งชิลๆได้ซักพัก รอแดดล่ม ความหายนะเริ่มมาเยือน ฝนห่าใหญ่  กลับกันแทบไม่ทัน แถมน้ำทะเลกรูก้อยังไม่ได้เล่น แล้วซื้อผ้าที่ซื้อมาตั้ง 250 บาทล่ะ - -"      ขับมอไซต์ลงเขานั้นลำบากหนักหนา บวกกับการที่ต้องฝ่าสายฝน+ฟ้าแลบแปลบๆ เสียวโคตรๆ พอถึงท่าเรือ โอ้ววว กรูรอดตายแล้ว แต่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก เรือกลับอ่าวหลังคารั่ว โอ้แม่เจ้า ฆ่ากรูให้ตายเหอะ นั่งเปียกแฉะมาตลอดทาง

ข้อคืดเตือนใจ

1. ไม่ว่าคุณจาเล่นน้ำทะเลหรือไม่ก้อตาม ควรเอาเสื้อผ้าสำรองไปด้วย เผื่อเกิดอาการอยากเล่นขึ้นมาแบบกระทันหัน  เพราะแถวนั้นเสื้อผ้ามันแพงงงมากๆ     ขอร้อง อย่ามาทำตัวเป็นบุคคลซึ่งกัวน้ำ กัวแดด กัวลม กัวฝน หรือทำตัวติ๊สแดก ประมาณว่า กรูจาไปแค่ถ่ายรูปอย่างเดียว คงไม่เล่นน้ำหรอก    เหอะๆ กรูจาคอยดู ว่ามึงจาไม่เล่นน้ำจิงป่าว      มา"ทะเล"น๊ะคร๊าบพี่น้อง

2. ควรวางแผนล่วงหน้าให้ดีก่อนการเดินทาง   ตามดูข่าวพยากรณ์อากาศก่อนไปล่วงหน้า 1 วัน ก้อจาดีมาก

3. อย่าไปทะเลตอนช่วงฝนตก  อย่าดั้นด้นไปเลยน๊ะ ลำบากป่าวๆ

4. อ่อ อันนี้ลืมเล่า ด้วยความที่รีบเร่งหนีฝน  ตอนคิดตังค่าอาหาร ไม่ได้ดูบิล สักแต่จ่าย พอกลับถึงฝั่ง ได้เวลาเล่นโต๊ะแชร์ค่าอาหารแล้วสิ   อ้าวววว แม่งคิดตังพวกกรูผิดนี่หว่า เซ็งเป็ด คงไม่คิดจาตามกลับไปเอาที่เกาะ  ดังนั้น โปรดกรุณาดูบิลให้ดีก่อนที่จะจ่ายค่าอาหารทุกครั้ง

ที่สำคัญ ถ้าไม่แน่จิง อย่าเปรี้ยวแบบว่าไปตายเอาดาบหน้า ลำบากสาดดด + เหนื่อยโคตรรรร มันไม่ได้หนุกหย่างที่คิดหรอกน๊ะ เหอๆ

edit @ 4 Apr 2009 22:57:01 by Bobubalis